สวรรค์ชั้นยามา เป็นภูมิที่สวยงามและประณีตกว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

สวรรค์ชั้นยามา สูงขึ้นไปจากดาวดึงส์ 80,000 โยชน์ ตั้งอยู่ในอากาศเป็นพระนครใหญ่กว้างขวางมากสูงกว่ายอดเขาสิเนรุ 42,000 โยชน์ เป็นภูมิที่สวยงามและประณีตกว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นสวรรค์ที่พรั่งพร้อมด้วยความสุขที่เป็นทิพย์ ปราศจากความยากลำบากใด ๆ

ถึงซึ่งความสุขอันเป็นทิพย์วิมาน และทิพยสมบัติก็ปราณีตมาก มีปราสาทแก้ว ปราสาททองเป็นวิมาน กำแพงแก้วล้อมรอบ มีอุทยานแก้ว สระโบกขรณี เทวดาในชั้นนี้ล้วนเป็นผู้มีบุญมากมีหน้าตางดงามรุ่งเรืองนัก มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างผาสุก มีกายสูง 8,000 วา เทพยดาในชั้นฟ้านี้ยืนถึง 2,000 ปีทิพย์ เมื่อเทียบกับเวลาโลกมนุษย์แล้ว โดย 200 ปีมนุษย์ เท่ากับ 1วัน 1คืน บนสวรรค์ชั้นยามา (ถ้าเทียบกับเวลามนุษย์ เทวดาชั้นนี้มาอายุขัยประมาณ 146,000,000 ปี)

ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นยามา คือ ท้าวสยามเทวราช หรือเรียกว่า พระสุยามะ หรือ ท้าวสุยามะเทวราช ผู้ประกอบด้วย พระทัยยุติธรรม และเมตตาธรรมสูงส่งอย่างยิ่ง เทวดาทั้งหลายที่อยู่ในชั้นนี้ เรียกว่า ยามา หรือ ยามะ เป็นจำพวกอากาสัฏฐเทวดาจำพวกเดียว (อากาสัฏฐเทวดา คือเทวดาที่มีวิมานล่องลอยอยู่ในอากาศ ตั้งแต่ยอดเขาพระสุเมรุ ไปจรดขอบจักรวาล) เพราะมีวิมานลอยอยู่ในอากาศเป็นที่อยู่เทวดาที่อยู่ในภูมิสูงขึ้นไปกว่าชั้นนี้ก็ล้วนแต่เป็นอากาสัฏฐเทวดาทั้งสิ้น

บนชั้นนี้ไม่มีแสงอาทิตย์ เพราะอยู่สูงกว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์ เทวดามองเห็นสรรพสิ่งได้ด้วยแสงรัศมีจากแก้วทั้งหลาย และรัศมีกายของเทวดาเอง การที่จะรู้ว่าเช้าหรือค่ำ ดูได้จากดอกไม้ทิพย์ ถ้าเห็นดอกไม้บาน ก็แสดงว่าเป็นเวลารุ่นอรุณเช้า ถ้าเห็นดอกไม้หุบ ก็แสดงว่าเป็นเวลาค่ำคืน

ผู้ที่จะได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นยามา ต้องเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์หมั่นให้ทานรักษาศีล มีจิตใจขวนขวายในธรรมที่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกแสดง อีกทั้งหมั่นปฏิบัติตาม ด้วยใจจริง ด้วยศรัทธาตั้งมั่นเที่ยงตรงอย่างแท้จริง ไม่ยอมหลงระเริงกับความชั่วโดยเด็ดขาด และการกระทำความดีโดยปราศจาก ความสงสัยในใจว่า จะได้ดีดังที่เราทำหรือเปล่า และ สิ่งที่เทวดาชั้นยามาต่างจากเทวดาชั้นที่อยู่ต่ำกว่าคือ จะหมั่นสวดมนตร์และปฎิบัติธรรม หลายเวลาในแต่ละวัน และไม่ข้องเกี่ยวกับกิเลสของโลกภายนอก เนื่องจากเทวดาตั้งแต่ชั้นนี้ขึ้นไป หวังจะไปยังโลกนิพพานเท่านั้น

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสไว้ในทานสูตรว่า

“ดูกร เธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลประมาณยิ่ง แต่ไม่เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเลย เมื่อถึงกาลกิริยาตายไปแล้ว เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นยามา”